• สินค้าในรถเข็น : 0 ชิ้น
  • หน้าหลัก สินค้าใหม่ ? สินค้าพิเศษ ชำระเงิน แจ้งชำระเงิน แจ้งรหัสพัสดุสาระน่ารู้
  • สมัครสมาชิก
  • เข้าสู่ระบบ
  • ติดต่อเรา
  • 2014-05-07 12:21:44
    พัฒนาการและการส่งเสริมพัฒนาการเด็กวัย 4 – 5 ปี




    เด็กวัย 4 -5 ปี มีความมั่นใจในตัวเองมาก เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น สนใจสิ่งรอบตัวที่แปลกใหม่ ฝึกทักษะใหม่ๆ เพราะอยากทำอะไรให้สำเร็จทุกอย่าง ต้องการแสดงความคิดและแสดออกในสิ่งที่คิดซึ่งเต็มไปด้วยจินตนาการ



    พัฒนาการทางร่างกายและการส่งเสริม

    เด็กวัยนี้มักจะชอบเล่นแบบโลดโผน เพราะมีพัฒนาการทางร่างกายที่ดีขึ้น สามารถทรงตัวได้ดีขึ้น จึงมักคิดว่าเป็นเรื่องท้าทายและมักจะทำอะไรที่ยากๆ เพื่อทดสอบกำลังของตัวเอง

    พัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดใหญ่เด็กอายุ 4 - 5 ปี

          • ก้าวสลับเท้าขึ้นลงบันไดได้คล่อง
          • ชอบหมุนตัว แกว่งตัว ตีลังกา ชอบวิ่ง กลิ้ง ปีนบันไดและต้นไม้
          • กระโดดขาเดียวได้ไกล 4 -6 ก้าว
          • กระโดดจากที่สูง 2 ฟุต โดยเท้าทั้งสองข้างลงพร้อมกัน
          • ใช้มือจับลูกบอลได้ดี แทนที่จะใช้แขนรับ
          • ถีบรถจักรยานสามล้อและเลี้ยวกลับรถได้

    พัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็กเด็กอายุ 4 - 5 ปี

          • ต่อบล็อคเป็นหอคอยสูงๆ ได้
          • ใช้กรรไกรได้ดี ตัดกระดาษตามเส้นได้
          • วาดรูปคนได้ มีส่วนหัว ลำตัว แขน และขา จะค่อยๆ พัฒนาการจนเติม ผม หู มือ และเท้า ได้
          • คัดลอกตัวอักษรตามแบบง่ายๆ ได้
          • ร้อยลูกปัดเป็นสร้อยคอได้ แต่ยังไม่สามารถสนเข็มได้

    การส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายของเด็กวัย 4 – 5ปี

          • ให้เด็กได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เช่น ใส่เสื้อผ้า ติดกระดุมเสื้อ และผูกเชือกรองเท้าเอง
          • หากิจกรรมให้ด็กทำ เช่น ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน ดัดลวด ดัดเชือกเป็นรูปทรงต่างๆ หรือต่อภาพจิ๊กซอว์ เป็นต้น
          • พาลูกออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน ฝึกทักษะการเคลื่อนไหว ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่
          • ฝึกให้รับผิดชอบงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เช่น เช็ดโต๊ะ เก็บรองเท้า พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก และกล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้ทำงานประสานกันระหว่างวายตากับมือได้ดีอีกด้วย
          • ถ้าเด็กเข้าใจว่าความพยายามของตนไม่เป็นไปตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ เด็กจะเลิกล้มความพยายามทที่จะทำอะไรใหม่ๆ
          • ทันที ถ้าเด็กคนนั้นเก็บความรู้สึกนี้ไว้จนโต อาจก่อเป็นปมด้อยในภายหลังได้

    สุขภาพฟันของเด็กวัย 4-5 ปี 

    ในช่วงวัย 4-5 ปี เด็กจะมีฟันน้ำนมครบ 20 ซี่ เด็กๆ จะชอบกินขนม ของขบเคี้ยวที่มีแป้งและน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ จะทำให้ฟันผุง่าย ดังนั้น เด็กๆ ควรได้รับการดูแลและแปรงฟันอย่างถูกวิธีและสะอาด เพราะการเสียฟันน้ำนมก่อนเวลาที่ฟันแท้จะขึ้น ทำให้ฟันแท้เกหรือซ้อนกันได้

     

    การส่งเสริมพัฒนาการสุขภาพฟันของเด็กวัย 4 - 5 ปี

          • ควรดูแลความสะอาดในช่องปากของเด็ก โดยเป็นผู้แปรงฟันอย่างถูกวิธีให้เด็กที่มีอายุ ต่ำกว่า 5 ขวบ และควรพูดคุยให้เด็กเห็นความสำคัญของการแปรงฟันและรักษาฟันให้แข็งแรง
          • หัดให้เด็กแปรงฟันเอง และผู้ใหญ่ช่วยแปรงซ้ำในตอนสุดท้ายเพื่อให้ฟันสะอาด และต้องระวังไม่ให้เด็กกลืนยาสีฟัน



    พัฒนาการทางภาษาและการส่งเสริม

    เด็กอายุ 4 – 5 ปี อยู่ในระยะโครงสร้าง (Structure Stage) การรับรู้และการสังเกตของเด็กวัยนี้ดีขึ้นมาก เด็กจะคอยสังเกตการณ์การใช้ภาษาของคนรอบข้าง และทดลองใช้ด้วยตนเอง

     

    พัฒนาการทางภาษา เด็กอายุ 4 - 5 ปี

          • บอกชื่อ นามสกุล และที่อยู่ได้
          • รู้จักเพศของตัวเอง
          • ชอบถามทำไม เมื่อไร อย่างไร และถามความหมายของคำ และมักเป็นคำถามที่มีเหตุผลมากขึ้น
          • เด็กวัยนี้สามารถขยายคำศัพท์ เด็กวัยนี้สามารถขยายคำศัพท์จาก 4,000 - 6,000 คำ และสามารถพูดได้ 5-6 ประโยคต่อคำ สามารถเล่าเรื่องซ้ำ 4 -5 ลำดับขั้น หรือ 4 -5 ประโยคในเรื่องหนึ่งได้
          • เข้าใจคำถามง่ายๆ และตอบคำถามนั้นได้ แม้ในเด็กบางคนอาจจะยังพูดติดอ่าง แต่ก็สามารถแก้ไขได้
          • ชอบเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่คิดขึ้นมาเอง ให้คนอื่นๆ ฟัง ทั้งพ่อแม่ คนรอบข้าง และเพื่อน
          • คิดคำขึ้นมาใช้โต้ตอบกับผู้ใหญ่ได้
          • มักให้ความสนใจในภาษาพูดของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคำแสลง หรือคำอุทาน
          • ชอบเรื่องสนุก ตลก ชอบภาษาแปลกๆ ชอบฟังนิทานมาก และชอบฟังเพลง มักจะคอยฟังเวลาที่ผู้ใหญ่คุยกัน จดจำคำศัพท์ และบทสนทนาเหล่านั้น โดยเฉพาะคำแสลงหรือคำอุทาน
          • สามารถบอกชื่อสิ่งของในภาพที่เห็นได้ หรือเล่าเรื่องที่พ่อแม่เคยอ่านให้ฟังได้ และจะเล่นเป็นสุนัข เป็ด หรือสัตว์ต่างๆ ในเรื่องนั้น พร้อมทำเสียงสัตว์เหล่านั้นประกอบได้
          • สับสนระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องเล่าในหนังสือเด็ก

    การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาของเด็กวัย 4-5 ปี

          • ควรตอบคำถามของเด็กด้วยคำตอบ สั้น เข้าใจง่าย และใช้ภาษาที่ถูกต้อง
          • ไม่ควรถือป็นอารมณ์เมื่อเด็กพูดคำหยาบ ไม่สุภาพต่างๆ ควรมีท่าทีไม่สนใจถ้อยคำเหล่านั้น ไม่นานเด็กจะเลิกพูดไปเอง
          • สร้างทักษะพื้นฐานอื่นๆ ทางภาษาที่เกี่ยวข้องกับสติปัญญา เช่น อ่านหนังสือให้เด็กฟังเป็นประจำ
          • ควรสอนให้เด็กเข้าใจจำนวนจากสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น ขนม 1 ชิ้น นก 2 ตัว และสอนการเพิ่มหรือลดจำนวนจากภาษาที่ใช้ เช่น "ได้เพิ่มมาอีก" หรือ "บินหายไป" เป็นต้น ความเข้าใจพื้นฐานจากสิ่งเหล่านี้ จะเชื่อมโยงไปสู่ความหมายของสัญลักษณ์ และการเรียนรู้คณิตศาสตร์ขั้นต่อไป
          • เมื่อเด็กเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่คิดขึ้นมาเอง และแต่งเติมเสริมต่อ ควรปล่อยให้เด็กเล่า และไม่ตำหนิติเตียน

             

     


    พัฒนาการทางสติปัญญาและการส่งเสริม

    ความพร้อมของพัฒนาการด้านสติปัญญา ของเด็กวัย 4-5 ปี มีมากขึ้น เมื่อสมองส่วนหน้า (Frontal Lobe) พัฒนาและทำงานได้ดีขึ้น เด็กๆ จะสามารถควบคุม ยับยั้งชั่งใจ อธิบายความต้องการ หรือความคับข้องใจของตนเองได้มากขึ้น แล้วความซน ดื้อ และ เจ้าอารมณ์จะค่อยๆ ลดลงไปเอง

    เด็กวัยนี้จะมีการมองโลกอย่างหลากหลายมุมมอง (Multicausal thinking) เริ่มเข้าใจเหตุและผลที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งเป็นผล

    จากพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กวัยนี้

     

    พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กอายุ 4 - 5 ปี

          • นับ 1 – 3 ได้ถูกต้อง และ ท่องจำเลข 1 – 30 ได้
          • เรียงบล็อก 5 อัน ตามลำดับจากใหญ่ที่สุดไปเล็กที่สุด
          • บอกชื่อและจับคู่แม่สีได้
          • แยกแยะความต่างระหว่างเส้นขวาง เส้นตั้ง และเส้นนอนได้
          • บอกได้ว่าอันไหนที่ใหญ่ที่สุด และยาวที่สุดในสิ่งของสามอย่าง
          • เข้าใจเรื่องขนาดได้ลึกซึ้งขึ้น
          • ใช้คำที่บอกตำแหน่งได้ เช่น ข้างหน้า ข้างหลัง ข้างใต้ ข้างบน ข้างใน ข้างนอก ฯลฯ
          • มีความเข้าใจเรื่องเวลาเพิ่มขึ้น เช่น วัน เดิน นาที เวลาเข้านอน ฯลฯ
          • เป็นนักสังเกตการณ์ที่ดี โดยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วย
          • เล่นของเล่นได้นานขึ้น เพราะมีสมาธิดีขึ้น

    การส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 4 - 5 ปี

          • ออกกำลังกาย เช่น ปั่นจักรยาน ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของสมอง เมื่อใช้สายตามอง ขาออกแรงปั่น ใช้สมองส่วนควบคุมการทรงตัว ทุกส่วนจึงได้ทำงานประสานกัน และยังนำออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงสมองอีกด้วย
          • การเล่นต่อบล็อกหรือชุดตัวต่อเสริมทักษะ เป็นรูปร่างต่างๆ การใช้นิ้วและมือทำให้สมองทำงานต่อเนื่อง และเด็กมีสมาธิดีขึ้นด้วย
          • เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกในเรื่องการอ่าน ชวนกันตั้งคำถามและให้เด็กคิดหาคำตอบ ให้คำชมเมื่อเขาแสดงวิธีคิดใหม่ๆ
          • ฝึกให้เด็กคิดเป็นภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพของสมอง เช่น การบวกเลข จะกระตุ้นสมองซีกซ้ายเพียงอย่างเดียว ควรกระตุ้นสมองซีกขวาให้ทำงานไปพร้อมกัน
          • เปิดเพลงบรรเลงเบาๆ ดีต่อการเรียนและการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ เพราะจะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับทางเดินของประสาทที่ใช้ความคิด จิตใจสงบ กล้ามเนื้อสมองผ่อนคลาย พร้อมสำหรับการเรียนรู้
          • การเรียนหรือการเล่นดนตรี จะช่วยให้การเรียนคณิตศาสตร์ดีตามไปด้วย เพราะดนตรีทำให้เด็กรู้จักตัวเลขจากการนับจังหวะ บวกลบค่าของเวลา เข้าใจเรื่องของสัดส่วน และรู้จักค่าของตัวโน้ตแต่ละตัวที่ไม่เท่ากัน

             

     


    พัฒนาการทางสังคมและการส่งเสริม

    เด็กวัยนี้ต้องการสัมผัสสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าผู้คน อาหาร เสื้อผ้า การเล่น และของเล่นใหม่ๆ มีความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบรุนแรง แสดงพฤติกรรมขัดแย้งกับคนอื่น เพื่อเรียกร้องการตอบสนองทางสังคมจากเพื่อนๆ และเป็นเพราะการทำงานของ สมองส่วนหน้าซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จึงแสดงออกรุนแรง แต่ก็จะค่อยๆ ลดลงไปเอง

          • การปฏิเสธหรือต่อต้านอำนาจของผู้ใหญ่แสดงออกด้วยคำพูด ท่าทาง หรือบางครั้งอาจใช้ความเงียบ แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน หรือทำเป็นไม่เข้าใจคำถาม
          • การเลียนแบบ เลียนแบบการพูด กิริยาท่าทางจากเด็กคนอื่น หรือผู้ใหญ่ที่รู้สึกผูกพัน หรือเลียนแบบจากผู้ที่สัมผัสตัวเขาอย่างนุ่มนวลหรือ เลียนแบบจากผู้ที่ต้องการจะเลียนแบบด้วย
          • การแข่งขันจะเริ่มในวัยประมาณ 4 ปี เด็กอยากให้ตนเองได้รับการยอมรับมากกว่าคนอื่นๆ
          • การทะเลาะวิวาท แสดงออกด้วยการเตะ ตี กัด ร้องไห้ หรือแย่งชิงของเล่นกลับคืน
          • ความเห็นใจหรือรู้สึกสงสารแสดงออกด้วยการพยายามจะช่วยเหลือผู้อื่น เช่น ช่วยเพื่อนที่หกล้ม ช่วยทำแผลให้เพื่อน เป็นต้น
          • การยึดตนเองเป็นศูนย์กลางเด็กต้องการให้ตัวเองเป็นใหญ่ ต้องได้ทุกสิ่ง ต้องการให้คนอื่นยอมรับในสิ่งที่ทำอยู่ และจะเริ่มลดการยึดตนเองลงเมื่อเด็กได้เข้ากลุ่มกับเพื่อน ได้เล่นรวมกับคนอื่น เด็กจะเกิดการเรียนรู้และยอมรับคนอื่นมากขึ้น

    พัฒนาการทางสังคมของ เด็กอายุ 4 - 5 ปี

          • เข้าใจความจำเป็นของการให้ และรับ
          • รู้จักการอดทนรอคอย และลำดับก่อนหลัง
          • ตอบสนองต่อกฎเกณฑ์ เช่น มีกฎว่าไม่ตีหรือทำร้ายเด็กคนอื่น หรือ เล่นได้แค่หน้าบ้าน
          • สนใจและอยากเล่นเป็นกลุ่ม และเกาะกลุ่มกันมากขึ้น มีการแข่งขันระหว่างกลุ่ม
          • ชอบมีเพื่อน และอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ จะคุยและเล่นจนไม่ยอมเลิก
          • ถ้าเล่นด้วยกันเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากกว่า 2 คน โดยเฉพาะจำนวนเลขคี่ เช่น 3 คนมักจะกีดกันเด็กคนที่ 3
          • เด็กจะคุ้นเคยกับการเล่นรวมกันเป็นกลุ่ม เด็กๆ จะรู้วิธีการจัดการกันเองในกลุ่ม จัดการปัญหาทะเลาะเบาะแว้งได้ดีพอสมควร
          • ชอบกระซิบและมีความลับ
          • ชอบเล่นกับเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ เล่นกับเพื่อนได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่เพื่อนสนิทมักเป็นเพศเดียวกัน
          • ชอบเล่นสมมุติ

    การส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมของเด็กวัย 4-5 ปี

          • แม้ว่าเด็กวัยนี้จะจัดการปัญหาทะเลาะเบาะแว้งได้ดีพอสมควร ผู้ใหญ่สามารถเข้าไปไกล่เกลี่ยหรือให้คำแนะนำได้บ้าง
          • การพาลูกออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน นอกจากจะช่วยส่งเสริมด้านมิติสัมพันธ์แล้วช่วยให้เด็กรู้จักการแก้ปัญหาด้วย
          • ฝึกให้รับผิดชอบงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เช่น เช็ดโต๊ะ เก็บรองเท้า เพื่อเรียนรู้การแก้ปัญหาและรู้จักวางแผน

     

     

    พัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจและการส่งเสริม

    เด็กวัยนี้ รู้จักคิดและมีเหตุผลมากขึ้น แต่ก็ยังมีความกลัวอยู่ ซึ่งเป็นความกลัวจากจินตนาการของเด็กเอง

     

    พัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจของเด็กอายุ 4 - 5 ปี

          • เด็กวัยนี้จะมีอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย เดี๋ยวรักมาก เกลียดแรง ร่าเริง น่ารัก หรือเดี๋ยวอาจจะพูดจาไม่ดี
          • อ่อนไหวต่อคำชมและคำตำหนิ
          • ไม่หยิบของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง
          • ชอบออกนอกกฎเกณฑ์
          • ชอบส่งเสียงดัง ขี้โม้ โอ้อวด
          • มักพูดคำหยาบ โดยที่ยังไม่เข้าใจความหมาย
          • ชอบดูดนิ้วหัวแม่มือตอนจะนอน สำหรับเด็กบางคนการดูดนิ้วเป็นการคลายเครียดเท่านั้น
          • ร้องไห้คร่ำครวญไม่ยอมแยกจากแม่ไปนอนคนเดียวทั้งที่เคยทำได้มาก่อน
          • เด็กผู้ชายชอบจับอวัยวะเพศเวลาหงุดหงิด
          • สนใจเรื่องการแต่งงาน
          • ซักถามว่าเด็กออกมาจากท้องแม่ได้อย่างไร ชอบสงสัยว่ามีการซื้อขายเด็กได้ไหม
          • เริ่มรู้จักสิ่งดี และ สิ่งไม่ดี

    การส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจของเด็กวัย 4 - 5 ปี

          • หากเด็กรู้สึกมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ จะต้องช่วยเหลือโดยให้คำแนพนำที่หนักแน่น ต้องคอยพูดด้วยเหตุผล
          • เมื่อเด็กอาละวาด พูดด้วยเหตุผลแล้วยังไม่เชื่อฟัง อาจต้องบังคับหรือควบคุม
          • คอยดูแลและทำให้หายกลัว เมื่อเด็กมีความกลัวมากเกินไป เพราะเด็กอาจยังไม่สามารถแยกความคิดจินตนาการของตนเองจากความจริงได้ หรือมีเหตุซ้ำเติม เช่น ได้ฟังเรื่องน่ากลัว ถูกขู่ให้กลัว หรือฟังนิทานหวาดเสียว
          • งดการดูโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์เรื่องผีที่น่ากลัว
          • ต้องเข้าใจอารมณ์ของเด็กอยู่เสมอ เพราะเด็กวัยนี้ จะมีอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย
          • กระตุ้นให้เด็กคิดหาเหตุและผลที่หลากหลาย โดยใช้คำถามแบบปลายเปิด เช่น แล้วเป็นยังไงอีก
          • หากเด็กพูดคำหยาบ คำด่า ไม่ควรดุหรือลงโทษ ควรอธิบายให้เด็กฟังว่า ไม่มีใครชอบฟังคำพูดแบบนี้
          • เมื่อเด็กถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องเพศ ความแตกต่างของหญิงชาย หรือ ถามว่า เด็กมาจากไหน ควรตอบอย่างง่ายๆ ด้วยท่าทีสบายๆ และถูกต้องเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ควรตอบแบบหลอกเด็ก เพราะจะยิ่งทำให้เด็กสับสนในเรื่องนั้นๆ

     

    จาก :

    คู่มือพัฒนาการเด็ก สำนักพิมพ์รักลูกบุ๊ค : 100 วิธีเลี้ยงลูก ให้ฉลาดรู้ ฉลาดทำ สำนักพิมพ์รักลูกบุ๊ค : 100 วิธีสร้างเด็กฉลาดเก่งทันโลก สำนักพิมพ์รักลูกบุ๊ค : www.northeducation.ac.th : http://dental.anamai.moph.go.th : www.klongmuesai.ac.th 

    *** เนื้อหาบทความได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อความถูกต้องตามหลักวิชาการ บุคคลทั่วไปไม่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมเนื้อหาเองได้ การนำเนื้อหาไปปฏิบัติจริงเป็นดุลยพินิจและวิจารณญาณของแต่ละบุคคล

     ขอบคุณบทความดี ๆ จาก Momypedia

     

  • รีวิวตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา BY น้องนโม (LOVELYKIDSTHAI.COM)
  • รีวิวบึงฉวาก ที่เดียวได้ครบ ไม่ไกลกรุงเทพ BY น้องนโม&น้องธรรมะ (ร้าน LOVELYK
  • แบ่งปันกัน BY น้องนโม&น้องธรรมะ (ร้าน LOVELYKIDSTHAI)
  • สวนสนุกในร่มจากญี่ปุ่น Kidzoona หรือ คิดส์ซูน่า
  • เที่ยวสงกรานต์ย้อนยุค ---- เมืองโบราณ สมุทรปราการ
  • คิดส์ซาเนีย กรุงเทพฯ (Kidzania Bangkok)
  • คาเมล รีพับบลิค, จังหวัดเพชรบุรี
  • พิพิธภัณฑ์ของเล่น Tooney Venue (Toy Museum), จังหวัดนนทบุรี
  • อุทยานการเรียนรู้ TK Park, กรุงเทพฯ
  • 12 วิธีสร้างสุขให้ลูกน้อย
  • 6 อัศวินกลุ่มอาหาร...ต้านภูมิแพ้
  • รีวิว FUNfesta สวนสนุกในร่ม ---- โรบินสัน ศรีสมาน
  • ทำไมเด็กถึงชอบแอลซ่า?
  • หน้าเด็กเปรี้ยว
  • เปลญวณ DIY
  • เทคนิคการสอนว่ายน้ำเด็ก
  • เทคนิคการใช้เครื่องพ่นยากับเด็กเล็ก
  • เทคนิคการหายใจเมื่อเริ่มเจ็บท้อง
  • เคล็ดลับ เมื่อลูกกินยากช่างเลือก
  • สมุนไพรคลายหวัด แก้ไข้ช่วงตั้งครรภ์
  • 5 อาหารเสี่ยง ที่แม่ท้องควรเลี่ยง
  • วิธีรับมือกับ 4 อาการป่วยของลูกน้อย
  • วัคซีนลำดับแรก สำหรับคุณแม่ท้อง!!
  • รังสีเอ็กซ์เรย์ เสี่ยงมะเร็งกับทารกในอนาคตหรือไม่?
  • แม่ท้องกับอาการท้องผูกอันตรายกับทารกในครรภ์หรือเปล่า???
  • เด็กพูดจาหยาบคาย
  • ฟัง MP3 ดังและนานเกินไป มีผลเสียต่อลูกในครรภ์
  • เคล็ดลับการเดินทางโดยทางเครื่องบินสำหรับเด็กเล็ก
  • เรามาดูความสำคัญของคำว่า "การเล่น" และ "พัฒนาการเด็ก"
  • หวานแบบไหน เหมาะกับแม่ตั้งครรภ์
  • สอนอะไรให้ลูกดี ก่อนวัย 3 ขวบ
  • ตั้งครรภ์ ก็สวยสดใสได้
  • กินคลายปัญหาหลังคลอด
  • 5 วิธีดูหนังให้สนุกสไตล์แม่ท้อง
  • ลูกขาดน้ำ...อันตราย
  • มหัศจรรย์ของเล่น...จากสิ่งแวดล้อม
  • ดูดนิ้ว นิสัยนี้หนูเลิกได้
  • 8 เคล็ดลับทำให้ลูกนอนหลับได้ง่ายขึ้น
  • ประสาทสัมผัสฝึกได้ในทุก ๆ วันของชีวิต ประสาทสัมผัสกับการเรียนรู้
  • มื้อแรกของหนู
  • ไวรัสโรต้า อาจทำลูกรักพัฒนาการชะงัก
  • อิทธิพลของพ่อ ที่มีต่อลูกสาว
  • รู้ทัน 2 เชื้อโรคร้าย…เพื่อปกป้องลูกรัก
  • รักจะเลี้ยงสัตว์ ต้องรู้จักความปลอดภัย
  • 5 ปัญหายอดฮิต เรื่องพูดของลูก
  • คลอดในน้ำ ทางเลือก แม่คลอดธรรมชาติ
  • พัฒนาการด้านการได้ยินของลูกน้อย
  • เทคโนโลยี เสี่ยงทำลูกก้าวร้าว
  • เมื่อแม่ตั้งครรภ์เป็นหอบหืด
  • 3 สารเคมี ที่แม่ท้องต้องระวัง
  • พลิกตัวสิลูก
  • ไข้ออกผื่น ในเด็กเบบี๋
  • ความรุนแรงชะงักพัฒนาการเด็ก
  • ถ้าลูกสาววัยรุ่นมาบอกคุณแม่ว่าอยากแต่งหน้าไปโรงเรียน คุณแม่จะว่าอย่างไรคะ?
  • ถ้าลูกสาววัยรุ่นมาบอกคุณแม่ว่าอยากแต่งหน้าไปโรงเรียน คุณแม่จะว่าอย่างไรคะ?
  • สอนให้ลูกรู้ค่าของเงิน
  • เมื่อความรักของพ่อแม่กลายเป็นพิษ
  • เมื่อลูกเบื่ออาหาร ให้เพิ่มมันฝรั่งลงในอาหาร
  • ช่วยสอนให้ทำการบ้าน ก่อนที่จะสายเกินไป
  • ช่วยลูกให้เลิกตื่นนอนสายได้อย่างไร
  • จุกหลอกมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ????
  • 7 เคล็ดลับการใช้ยาเด็ก
  • 6 กลยุทธ์การฝึกเป็นคุณพ่อมือใหม่
  • มารู้จักวัคซีนในเด็กกันเถอะ
  • ฝากเลี้ยงเนอสเซอรี่ ต้องพิจารณาอะไรบ้าง ????
  • ทำอย่างไรให้การเรียนเป็นสิ่งที่น่าสนใจ
  • จะขลิบปลายจำปี ให้ลูกดีหรือไม่
  • ความรู้เรื่องเครื่องปั้มนม
  • การลงโทษลูกโดยการไม่ตี แต่ได้ผลดี
  • ฝึกให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเอง
  • กินนมแม่กลางคืน ไม่ทำให้ฟันผุเพิ่มขึ้นค่ะ
  • การเปลี่ยนแปลงเมื่อลูกอายุ 3-6 ปี
  • การเล่นของลูก และวิธีเลือกซื้อของเล่น
  • การให้นมแม่ช่วยเยียวยาบาดแผลในใจ
  • เลือกที่เที่ยวให้เหมาะสมสำหรับเด็ก
  • ผลเสียของเด็กจากการดูทีวี
  • เตรียมลูกน้อยก่อนไปโรงเรียน
  • ผลเสียของการทานอาหารฟาสต์ฟู้ดมากเกินไป
  • 5 อันดับวัคซีนที่แม่ท้องควรฉีดระหว่างตั้งครรภ์
  • ผลเสียของการดื่มน้ำอัดลม
  • การผ่าคลอด
  • อันตราย! ของฟันผุในวัยเด็ก
  • ความรู้เกี่ยวกับ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Car seats)ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้
  • 20 เทคนิคง่ายๆ ในการให้นมลูก
  • ถ้าเด็กท้องเสีย คุณแม่ควรทำอย่างไร
  • ลูก สะอึก! แก้ได้ด้วยวิธีง่ายๆ
  • ทำไมลูกไม่ยอมพูด
  • 6 วิธีง่าย ๆ ช่วยให้คุณลูกชอบเรียนหนังสือ
  • สี ก็มีส่วนในการสร้างพัฒนาของเด็กเหมือนกันน่ะ เนียะ !
  • การนอนช่วยสร้างพัฒาการให้เด็ก ๆ เป็นเรื่องสำคัญ !
  • ปัญหากลิ่นอับในเสื้อผ้าเด็ก เป็นปัญหาที่ไม่เล็กสำหรับทุกบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณแ
  • ชนิดและความแตกต่างของเสื้อผ้าเด็ก
  • 4 เทคนิค สร้างลูกฉลาดตั้งแต่ในครรภ์
  • เคล็ดลับดูแลเจ้าตัวน้อยแรกเกิด
  • การติดตั้ง “คาร์ซีท” ที่ถูกต้องหากพ่อแม่บางท่านยังไม่ทราบ
  • เลือกเสื้อผ้าให้ลูกอย่างไรห่างไกล "ผื่นภูมิแพ้"
  • ISR เทคนิคสอนเด็กว่ายน้ำ ป้องกันเด็กจมน้ำ
  • เล่นหยอดบล็อก (Sorting blocks) เสริมพัฒนาการลูกรัก
  • วิธีเลือกและใช้ คาร์ซีท ( Car seat )
  • 5 วิธีเลี้ยงลูกให้โตขึ้นมาเป็นโปรแกรมเมอร์
  • การดูแลรักษาเสื้อผ้าเด็กอ่อน
  • คำแนะนำการบีบ เก็บ ถนอม น้ำนมแม่
  • 4 เทคนิคช่วยให้ลูกนอนหลับได้นานขึ้น
  • เมื่อลูกมีอาการละเมอเดินจากที่นอนจะทำอย่างไร
  • 8 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับวัคซีนโรต้า
  • แว่นกันแดดเด็ก ไอเทมหน้าร้อนสุดฮิปสำหรับคุณหนู ๆ
  • นมแม่ สารอาหาร และความสะอาด เรื่องที่คุณแม่ต้องไม่พลาด
  • พร้อมหรือยัง…คว่ำ คืบ คลาน…แล้วนะ
  • หยุด! พฤติกรรมเสี่ยงติดเชื้อโรคจากการกิน
  • กินนมเท่าไร? ถึงจะ (ดี) พอ
  • ลูกน้อยแหวะนมเพราะ กรดไหลย้อน หรือเปล่า?
  • มะม่วงปั่น…อร่อยเหาะ
  • แก้นิสัยลูกชอบเถียง
  • พัฒนาการและการส่งเสริมพัฒนาการเด็กวัย 4 – 5 ปี
  • หยุดลูกกัดหัวนมแม่
  • ตามหาความสุขในยุควิกฤติ… ว.วชิรเมธี
  • 7 ข้อห้ามหลังคลอด
  • กินให้ดี..เพื่อลูกน้อยในครรภ์
  • 3 ข้อคิดก่อนตัดสินใจมีสัตว์เลี้ยงเมื่อลูกยังเป็นเด็กทารก
  • ทารกวัยแรกเกิดฟังเพลงโมสาร์ทบ่อยๆ จะเพิ่มความฉลาดได้ไหม
  • ฟื้นฟูผิวสวยหลังคลอด
  • คืนที่ลูกนอนไม่หลับ จะกล่อมลูกอย่างไรดี
  • ศิลปะพัฒนาสุขภาพจิต
  • ท้องร่วง...โรคยอดฮิตของหนู ๆ
  • ยุทธการสู้แดด ก่อนพาลูกเที่ยวทะเล
  • รับมือ...ผื่นหน้าร้อน
  • รักลูกให้เป็น ต้องรักอย่างไร
  • 4 ข้อคิดเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็กให้ลูกวัย 1-3 ขวบ
  • 10 อุบัติเหตุที่แม่ท้องต้องระวัง
  • 5 วิธีสอนลูกรู้จักค่าของเงิน
  • แตงโม แดงจัดฉีดสีหรือไม่
  • เด็กยุคใหม่ ภาวะควบคุมตัวเองต่ำ
  • 8 อันตราย ! แม่ท้องต้องระวัง
  • สิ่งสำคัญ..ก่อนให้ลูก ทาครีมกันแดด
  • ธัญพืช อาหารดี ๆ ของแม่ตั้งครรภ์
  • ทำไมเด็กไม่กินผัก...ปัญหานี้มีคำตอบ
  • 8 เคล็ดลับ ให้นมแม่ได้สำเร็จ
  • ภัยเงียบที่ต้องระวัง..ไส้ติ่งอักเสบในเด็กเล็ก
  • โรคหวัดในเด็ก
  • เด็กเล็กกับการแปรงฟัน
  • หยุดกังวลใจเรื่องแผลผ่าคลอด
  • คลอดธรรมชาติเจ็บน้อยกว่าคลอดแบบผ่าตัด
  • วิธีดูแลสุขภาพคุณแม่ “คลอดปกติ” กับ “คลอดแบบผ่าตัด”
  • เริ่มนับเวลาที่จะได้พบหน้าลูกแม่
  • ยาป้องกัน การคลอดก่อนกำหนด
  • เริม VS คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์
  • ถ้าตั้งครรภ์หลังอายุเกิน 35 ปีจะมีผลกับทารกในครรภ์อย่างไร
  • ท้องนอกมดลูก ป้องกันได้
  • ทำไมถึงแท้งลูก
  • อยากตั้งครรภ์แล้วแต่กินยาคุมกำเนิดมานานต้องเตรียมตัวอย่างไร
  • เมนูสลัดรวมพลัง &โครเก็ตเจ้าปลาน้อย
  • ข้าวกล้องเด็กน้อย
  • เมนูไข่น้ำเนื้อนุ่ม
  • เมนูแกงจืดเด็กเส้น
  • แตงโมคลายร้อน (Mother&Care) เพื่อลูกน้อย
  • เรื่องหวานชื่นของลูกกับจุกนมหลอก
  • กินนมแม่แต่ยังท้องผูก
  • นอนกลางวัน สำคัญจริงหรือ
  • กินนมแม่แต่ยังท้องผูก
  • การเลี้ยงดูลูกในแนวทางของคนญี่ปุ่น
  • ออมเงิน ออมอนาคต
  • จะรู้ได้อย่างไร ว่าลูกพร้อมแล้วหรือยัง
  • บุก NICU ห้องดูแลคุณหนูคลอดก่อนเกณฑ์
  • รู้จักกับ โรคลมแดด
  • บุก NICU ห้องดูแลคุณหนูคลอดก่อนเกณฑ์
  • รับมือภาวะเด็กคลอดก่อนกำหนด
  • เมื่อเจ้าตัวดีขี้โมโห...
  • Magical Massage นวดให้หนูนอนสบาย
  • ไขปัญหา...เมื่อเจ้าหนูขี้กลัว
  • จับสังเกตสุขภาพของเบบี๋
  • เมื่อเจ้าตัวดีกระดูกหัก
  • จับสังเกตสุขภาพของเบบี๋
  • เมื่อลูกน้อยกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • เรื่องอึ! ของวัยเบบี๋
  • ระวัง..ภาวะตกเลือดหลังคลอด
  • พ่อครับ ทำไมไม่มีแม่
  • ระวัง..ภาวะตกเลือดหลังคลอด
  • ผาดโผนเกินไปหรือเปล่านะ
  • ปลูกรักในใจลูก
  • ผาดโผนเกินไปหรือเปล่านะ
  • นอนถูกท่าช่วยพัฒนาการเรียนรู้
  • ทำไม...นมแม่ดีที่หนึ่งเลย
  • อีสุกอีใส ต้องใช้วัคซีนหรือเปล่านะ
  • อย่างไรที่เรียกว่าเติบโตสมวัย
  • เทคนิคการดูแลความสะอาดของเจ้าหนูแรกเกิด
  • เจ้าหมาน้อย...พันธุ์ดุ
  • เทคนิคการดูแลความสะอาดของเจ้าหนูแรกเกิด
  • หนูเกลียดมะเขือเทศ
  • รักลูกให้ตี ดีจริงหรือ
  • รับมือกับวัยต่อต้านอาหาร
  • อาหารเสริมที่โฆษณาในทีวี
  • เทคนิคง่ายๆ สร้างเสริมวินัยให้กับลูกน้อย
  • หลากคำถามกับออทิสติก
  • เมื่อลูกชายไม่ถูกกับพ่อ
  • หลากคำถามกับออทิสติก
  • รักนะ...เจ้าเด็กดื้อ
  • อยากรู้ไหม ว่าลูกน้อยคิดอะไรอยู่
  • เอาชนะภูมิแพ้ แค่เรื่องง่ายๆ
  • พัฒนาการทารกน้อยเดือนที่ 4
  • พัฒนาการเดือนที่ 6 เริ่มเรียนรู้โลกภายนอก
  • พัฒนาการเดือนที่ 5 เจ้าหนู...พลิกตัวคล่องแล้ว
  • พัฒนาการเดือนที่ 7 เจ้าหนูอยากรู้....เริ่มสำรวจโลกใกล้ตัว
  • พัฒนาการเดือนที่ 9 ผู้ใหญ่ตัวน้อย
  • พัฒนาการเดือนที่ 8 สิ่งรอบตัวเร้าใจ
  • พัฒนาการเดือนที่ 10 เป็นตัวของตัวเอง
  • ห่อตัวลูกน้อยให้อบอุ่น
  • พัฒนาการเดือนที่ 11 หนูทำได้นะ
  • นมแม่กับ BPA
  • พัฒนาการเดือนที่ 12 เย้! หนูเดินได้แล้ว
  • นมแม่กับ BPA
  • ลูกน้อยร้องเพราะอะไร
  • เย้! ฟันหนูขึ้นแล้ว
  • ลูกน้อยร้องเพราะอะไร
  • นิสัยไม่ดี เลิกเสียทีเถอะลูก
  • คู่มืออาหารวัยขวบปีแรก
  • นอนกับลูก อบอุ่นแต่อันตราย
  • ออกกำลังกาย รับลมหนาวกันเถอะ
  • โรคหัวใจในเด็ก น่ากลัวหรือไม่
  • แม่ท้องกับความเชื่อโบราณ
  • คำถามที่คุณพ่อ (มือใหม่) อยากรู้
  • เมื่อตาดีๆ ต้องมีแผล
  • คำถามที่คุณพ่อ (มือใหม่) อยากรู้
  • เลี้ยงเด็กยุคใหม่ ต้องใช้สันติวิธี
  • เมื่อลูกป่วยหลังงานปาร์ตี้
  • เมนูอร่อยจากผักผลไม้
  • นอนถูกท่าช่วยพัฒนาการเรียนรู้
  • เมนูอร่อยจากผักผลไม้
  • ฉลองปีใหม่ด้วยกิจกรรมแบบนี้สิ..พวกหนูชอบนะ!
  • ความคิดสร้างสรรค์ สร้างได้ผ่านการเล่น
  • ฉลองปีใหม่ด้วยกิจกรรมแบบนี้สิ..พวกหนูชอบนะ!
  • เรื่องป่วยของลูก ที่พ่อต้องรู้!
  • ดูพ่อทำดี แล้วทำดีให้พ่อดู
  • 20 กิจกรรมดีๆ ที่คุณพ่อสามารถทำกับลูกได้
  • อาบน้ำสระผมให้ลูกน้อย ไม่ใช่เรื่องยาก
  • สุดยอดคุณพ่อ...คุณก็เป็นได้
  • ภูมิแพ้...หนูไม่แพ้นะ
  • นมแพะกับนมแม่
  • คู่มือเล่นกีฬาแบบปลอดภัย
  • เด็ก ๆ จะ ออกกำลังกายเมื่อไรดี
  • เมื่อลูกรักมีน้ำหนักมากเกินไป
  • ทำไมลูกดื้อ เกิดอะไรขึ้นกับสมอง
  • อุ้มลูกรักแบบถูกวิธี สานสัมพันธ์แม่ลูก
  • กฎหมายกับครอบครัว
  • ทฤษฎีสมองซีกซ้าย สมองซีกขวา
  • เล่นเสริมสมองให้เจ้าหนูในขวบปีแรก
  • ทฤษฎีพหุปัญญา Theory of Multiple Intelligences
  • ทฤษฎีพหุปัญญา Theory of Multiple Intelligences
  • เล่นเสริมสมองให้เจ้าหนูในขวบปีแรก
  • 4 เคล็ดลับในการเลือกของเล่นให้ลูกน้อย
  • สอนใ้ห้ลูกรู้จักคำว่า แพ้
  • สำลี ตัวช่วยผิวสะอาด ที่มองข้ามไปไม่ได้
  • Slow Life ใช้ชีวิตแบบช้าแต่ชัวร์
  • น้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยของทารกวัยแรกเกิด – 1 ขวบ
  • 4 ข้อคิดเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็กให้ลูกวัย 1-3 ขวบ
  • ให้ลูกกินอาหารเสริมในช่วง 6 เดือนแรก ทำให้ลูกเป็นโรคภูมิแพ้
  • เล่นกับลูกให้บ่อยๆ ลูกจะฉลาดกว่าจริงเหรอ
  • มาเตรียมอุปกรณ์ในห้องนอนลูกดีกว่าค่ะ
  • เล่นกับลูกให้บ่อยๆ ลูกจะฉลาดกว่าจริงเหรอ
  • มาเตรียมอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำให้ลูกดีกว่าค่ะ
  • 10 ข้อดีของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  • มาเตรียมอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำให้ลูกดีกว่าค่ะ
  • พูดคุยกับลูกเวลาลูกดูดนมทำให้ลูกรักเรามากขึ้นได้จริงเหรอ
  • 5 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับนมแม่
  • เราจะดูแลเต้านมและหัวนมตัวเองอย่างไรในช่วงให้นมลูก
  • ทำไมเวลาลูกดูดนมเสร็จต้องให้ลูกเรอทุกครั้ง
  • เด็กทารกแรกเกิดต้องกินนมแค่ไหนถึงจะพอ
  • จะรู้ได้ไงว่าลูกร้องเพราะหิวนม
  • เด็กทารกแรกเกิดต้องกินนมแค่ไหนถึงจะพอ
  • ปัญหาการแพ้นมในเด็กทารก
  • หลังคลอดลูกแล้วสามารถเบิกเงินช่วยเหลือจากประกันสังคมได้หรือเปล่า
  • 3 ข้อคิดก่อนตัดสินใจมีสัตว์เลี้ยงเมื่อลูกยังเป็นเด็กทารก
  • ทารกวัยแรกเกิดฟังเพลงโมสาร์ทบ่อยๆ จะเพิ่มความฉลาดได้ไหม
  • เมื่อคุณแม่ล้มป่วยแล้วยังควรให้ลูกกินนมแม่ต่อไหม?
  • ทารกวัยแรกเกิดฟังเพลงโมสาร์ทบ่อยๆ จะเพิ่มความฉลาดได้ไหม
  • น้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยของทารกวัยแรกเกิด – 1 ขวบ
  • เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ลูกจะฉลาดกว่าเลี้ยงด้วยนมผงจริงเหรอ?
  • น้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยของทารกวัยแรกเกิด – 1 ขวบ
  • กฎหมายสิทธิเด็ก
  • “การรังแกกัน” ของเด็ก